เข้าสู่ช่วงปลายปีทีไร ข่าวฝุ่น PM2.5 ก็กลับมาทุกครั้ง กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่าช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคมคือ “ฤดูฝุ่น” ของภาคกลางและปริมณฑล หลายบ้านจึงเลือกปิดประตูหน้าต่างให้สนิทแล้วเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน แต่การปิดบ้านอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าอากาศในบ้านจะดีเสมอไปครับ เพราะฝุ่นยังเล็ดลอดเข้ามาตามรอยรั่วของประตูหน้าต่างได้อยู่ดี และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากลมหายใจของคนในบ้านก็สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
คำถามที่ทีมงานได้รับบ่อยที่สุดช่วงนี้คือ “ควรซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือติดเครื่องเติมอากาศดี?” สองอย่างนี้ชื่อคล้ายกันแต่ทำงานคนละหลักการ บทความนี้ DWA COOL จะอธิบายความแตกต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมตารางเปรียบเทียบ ค่าไฟจริง และวิธีเลือกให้เหมาะกับห้องของคุณครับ
สรุปสั้น ๆ: เครื่องเติมอากาศกับเครื่องฟอกอากาศต่างกันตรงไหน?
เครื่องฟอกอากาศ “หมุนเวียนอากาศเดิม” ในห้องผ่านแผ่นกรองเพื่อดักฝุ่น ส่วนเครื่องเติมอากาศ “นำอากาศใหม่จากภายนอก” ผ่านแผ่นกรองเข้ามาในห้อง จึงช่วยได้ทั้งลดฝุ่น ลด CO2 และสร้างแรงดันบวก (Positive Pressure) ที่ดันไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกแทรกเข้ามาตามรอยรั่ว ถ้าห้องของคุณปิดทึบและมีคนอยู่นาน ๆ เช่น ห้องนอนหรือห้องทำงาน เครื่องเติมอากาศจะตอบโจทย์ได้ครบกว่าครับ
เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ทำงานอย่างไร?
เครื่องฟอกอากาศจะดูดอากาศที่อยู่ภายในห้องผ่านแผ่นกรอง เช่น HEPA และคาร์บอน แล้วปล่อยอากาศที่สะอาดขึ้นกลับเข้าห้องเดิม วนซ้ำไปเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ คือทำงานกับ “อากาศก้อนเดิม” ในห้อง ฝุ่นลดลงได้ แต่ปริมาณอากาศไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
- ✅ ข้อดี: ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเจาะผนัง ยกย้ายข้ามห้องได้ และลดฝุ่นในห้องได้เร็ว
- ⚠️ ข้อจำกัด: ไม่ได้เพิ่มอากาศใหม่ จึงไม่ช่วยลด CO2 และกลิ่นอับที่สะสมอยู่ในห้อง
- ⚠️ ข้อจำกัด: ฝุ่นจากภายนอกยังเข้ามาได้ตามรอยรั่วของประตูหน้าต่าง เครื่องจึงต้องทำงานไล่ตามตลอดเวลา

เครื่องเติมอากาศ (Fresh Air Ventilator) ทำงานอย่างไร?
เครื่องเติมอากาศจะดึงอากาศจากภายนอกผ่านแผ่นกรองหลายชั้น เช่น กรองหยาบ กรอง HEPA H12 และคาร์บอน แล้วส่งเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง ผลที่ได้มี 3 อย่างพร้อมกันครับ
- อากาศใหม่ที่ผ่านการกรอง ช่วยเจือจาง CO2 กลิ่นอับ และความชื้นที่สะสมอยู่ในห้อง
- เกิดแรงดันบวก (Positive Pressure) ในห้อง อากาศจะไหลออกตามรอยรั่วแทนที่จะไหลเข้า ฝุ่นจากภายนอกจึงเข้ามาได้ยากขึ้นมาก
- บางรุ่นเป็นแบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ที่แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างอากาศเข้ากับอากาศออก ช่วยลดภาระแอร์
⚠️ ข้อจำกัด: ต้องเจาะช่องท่อลมที่ผนังหรือฝ้า และต้องเปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบการใช้งาน

ตารางเปรียบเทียบ เครื่องเติมอากาศ vs เครื่องฟอกอากาศ
| หัวข้อ | เครื่องฟอกอากาศ | เครื่องเติมอากาศ |
|---|---|---|
| หลักการ | หมุนเวียนอากาศเดิมในห้อง | นำอากาศใหม่จากภายนอกผ่านแผ่นกรอง |
| ลดฝุ่น PM2.5 | ✔ | ✔ (HEPA H12) |
| ลด CO2 / อากาศอับ | ✘ | ✔ |
| กันฝุ่นจากภายนอก (Positive Pressure) | ✘ | ✔ |
| การติดตั้ง | วางตั้งพื้น ย้ายได้ | ติดผนัง/ฝ้า ต้องเจาะช่องท่อ |
| เหมาะกับ | ห้องที่เปิด-ปิดประตูบ่อย ใช้ชั่วคราว | ห้องนอน ห้องทำงาน คลินิก ห้องที่ปิดทึบใช้งานนาน |
ทำไม CO2 ในห้องนอนถึงสำคัญกว่าที่คิด
ระหว่างนอน เราหายใจออกเป็น CO2 ตลอดทั้งคืน ถ้าห้องปิดสนิทและเปิดแอร์ ระดับ CO2 จะค่อย ๆ สูงขึ้นจนอาจทำให้ตื่นมาแล้วรู้สึกมึนหัว ไม่สดชื่น หรือนอนหลับไม่สนิท ในงานออกแบบอาคารมักใช้ระดับประมาณ 1,000 ppm เป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นว่าห้องมีการระบายอากาศเพียงพอหรือไม่ อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ระบบระบายอากาศ ช่วยรักษาโรคนอนไม่หลับ
💡 Tip: ลองวางเครื่องวัด CO2 ไว้ในห้องนอนสักคืน แล้วดูค่าตอนเช้า จะเห็นภาพชัดเลยครับว่าห้องของคุณต้องการอากาศใหม่มากแค่ไหน
เลือกแบบไหนดี? เช็กตามการใช้งานของคุณ
ห้องนอน / คอนโด ขนาด 20–30 ตร.ม.
แนะนำเครื่องเติมอากาศ รุ่น FAV-SS ใช้ไฟเพียง 8 วัตต์ แผ่นกรอง HEPA H12 กรองฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 99% อัตราเติมอากาศ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เสียงเบา 20–30 เดซิเบล ครอบคลุม 20–30 ตร.ม. ราคา 6,900 บาท ประกัน 1 ปี หรือถ้าอยากได้ทั้งเติมอากาศใหม่และระบายอากาศเสียพร้อมกัน ลองดู รุ่น FAV-VT ที่มีแผ่นกรอง 4 แบบรวมคาร์บอนสำหรับกลิ่นควันและกลิ่นธูป ใช้ไฟ 6 วัตต์ เสียง 20–33 เดซิเบล ราคา 13,500 บาทครับ
อยากได้หน้าจอแสดงผล + ประหยัดแอร์ด้วยระบบ ERV
ถ้าต้องการเครื่องเติมอากาศติดผนังที่บางเรียบและมีระบบแลกเปลี่ยนความร้อนในตัว แนะนำ FAV-WM-ERV ระบายอากาศ 2 ทิศทาง แผ่นกรอง 3 ชั้น (Primary 2 แผ่น + HEPA) พร้อมระบบปล่อยประจุลบ จุดเด่นคือระบบ ERV ที่เปลี่ยนถ่ายทั้งความร้อนและความชื้นระหว่างอากาศเข้ากับอากาศออก จึงช่วยลดภาระแอร์ ติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีหน้าจอ LCD และรีโมทคอนโทรล ราคา 22,000 บาทครับ
บ้านทั้งหลัง / สำนักงาน / คลินิก
แนะนำ PV200-IAC ที่รวมการเติมอากาศและฟอกอากาศไว้ในเครื่องเดียว อัตราระบายอากาศ 850 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง กรอง 3 ชั้น (Primary / HEPA H12 / Carbon) จุดเด่นคือหน้าจอควบคุมอัจฉริยะที่แสดงค่า PM2.5 CO2 และอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ สั่งงานผ่านสมาร์ทโฟนด้วย WiFi ได้ ใช้ไฟ 70 วัตต์ ราคา 29,900 บาท ประกัน 1 ปีครับ
ห้องทำงาน / ออฟฟิศขนาดเล็ก
ห้องประชุมหรือออฟฟิศที่ปิดประตูเปิดแอร์ทั้งวัน มักเจอปัญหา CO2 สะสมช่วงบ่าย ทำให้ง่วงและสมาธิลดลง เครื่องเติมอากาศช่วยให้มีอากาศใหม่หมุนเวียนตลอดเวลาทำงาน แนะนำ FAV-CEILING-100-ERV ที่ติดซ่อนในฝ้าเพดาน ไม่เกะกะพื้นที่ใช้งาน ระบายอากาศ 2 ทิศทาง อัตราเติมอากาศ 100–150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แผ่นกรอง HEPA H12 พร้อมคาร์บอนกรองกลิ่น จุดเด่นคือระบบ ERV ที่เปลี่ยนถ่ายความร้อนระหว่างอากาศเข้ากับอากาศออก จึงไม่ดึงความเย็นของแอร์ทิ้งไปเปล่า ๆ ใช้ไฟ 60–70 วัตต์ เสียง 36–38 เดซิเบล ราคา 26,900 บาท ประกัน 1 ปีครับ
ค่าไฟต่อเดือนเท่าไหร่?
FAV-SS ใช้ไฟ 8 วัตต์ ถ้าเปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 วัน จะใช้ไฟ 5.76 หน่วย ถ้าคิดค่าไฟหน่วยละ 4 บาท ก็ตกราว 23 บาทต่อเดือน น้อยกว่าค่ากาแฟหนึ่งแก้ว ส่วน FAV-VT ที่ใช้ไฟ 6 วัตต์ ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เราจึงแนะนำให้เปิดต่อเนื่องมากกว่าเปิด ๆ ปิด ๆ เพราะแรงดันบวกจะได้ผลก็ต่อเมื่อเครื่องเดินตลอดครับ
มีเครื่องฟอกอากาศอยู่แล้ว ต้องทิ้งไหม?
ไม่ต้องทิ้งครับ ใช้ร่วมกันได้ดีด้วยซ้ำ เครื่องเติมอากาศดูแลเรื่อง CO2 และแรงดันบวกกันฝุ่นจากภายนอก ส่วนเครื่องฟอกอากาศช่วยดักฝุ่นที่เกิดขึ้นภายในบ้านเอง เช่น จากการทำอาหาร การจุดธูป หรือขนสัตว์เลี้ยง
ใช้เครื่องเติมอากาศช่วงฝุ่นหนัก ต้องดูแลอย่างไร?
- ตรวจแผ่นกรองทุก 1–3 เดือนในฤดูฝุ่น เพราะเครื่องต้องทำงานหนักกว่าปกติ
- เปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA ตามรอบ เช่น FAV-SS แผ่นละ 890 บาท อายุการใช้งาน 6–8 เดือน
- ปิดหน้าต่างให้สนิท เพื่อให้แรงดันบวกทำงานได้เต็มที่
- ดูวิธีดูแลแบบละเอียดได้ที่ คู่มือการดูแลและตรวจเช็คเครื่องเติมอากาศ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เครื่องเติมอากาศกินไฟเยอะไหม?
ไม่มากครับ รุ่นสำหรับห้องนอนอย่าง FAV-SS ใช้ไฟ 8 วัตต์ และ FAV-VT ใช้ 6 วัตต์ ใกล้เคียงหลอดไฟ LED หนึ่งดวง จึงเปิดได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ
ถ้าค่าฝุ่นข้างนอกสูงมาก เปิดเครื่องเติมอากาศได้ไหม?
ได้ครับ อากาศจากภายนอกจะผ่านแผ่นกรอง HEPA H12 ก่อนเข้าห้องเสมอ แต่แผ่นกรองจะอุดตันเร็วขึ้นในช่วงฝุ่นหนัก จึงควรตรวจเช็กถี่กว่าปกติ
ต้องเจาะผนังไหม?
ต้องเจาะช่องท่อลมขนาดเล็กเพื่อดึงอากาศจากภายนอกครับ ทีมงาน DWA COOL จะช่วยแนะนำตำแหน่งที่เหมาะกับโครงสร้างบ้านของคุณก่อนติดตั้ง
ใช้กับห้องที่เปิดแอร์ได้ไหม?
ได้ และเหมาะมากครับ เพราะห้องแอร์มักปิดทึบจนอากาศไม่หมุนเวียน หากต้องการลดภาระแอร์เพิ่มอีก แนะนำรุ่นที่มีระบบ ERV เช่น FAV-WM-ERV ที่แลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้นระหว่างอากาศเข้า-ออก
ไม่แน่ใจว่าห้องของคุณเหมาะกับรุ่นไหน?
ส่งขนาดห้องและรูปหน้างานมาให้ทีมงานช่วยแนะนำได้เลยครับ แล้วห้องไหนในบ้านของคุณที่รู้สึกว่าอากาศอับที่สุด? คอมเมนต์บอกเราได้เลย เดี๋ยวทีมช่างช่วยดูให้ว่าควรเริ่มจากจุดไหนก่อน
🟩 LINE: @dwacool
☎️ โทร: 097-456-2994, 097-456-4991
📧 อีเมล: customer@dwacool.com





Call us
097-456-2994 , 097-456-4991
สนใจผลิตภัณฑ์และสอบถามเพิ่มเติม